Archive

Archive for ธันวาคม, 2010

ดูแลรักษา แบตเตอรี่โน๊ตบุค อย่างไรไม่ให้เสื่อมเร็ว

ธันวาคม 30th, 2010
ปิดความเห็น บน ดูแลรักษา แบตเตอรี่โน๊ตบุค อย่างไรไม่ให้เสื่อมเร็ว
 การบำรุงดูแลรักษาแบตตอรี่ในทาง เราจะกล่าวถึงเฉพาะแบตตอรี่โน๊ตบุ๊คเป็นหลักนะครับ
วิธีการดูแลรักษา ที่ช่วยยึดอายุแบตตอรี่ได้นานขึ้น
battery-notebook ดูแลรักษาที่ช่วยยึดอายุแบตตอรี่ ไม่ให้เสื่อม ใช้ได้นานขึ้น
battery-notebook ดูแลรักษาที่ช่วยยึดอายุแบตตอรี่ ไม่ให้เสื่อม ใช้ได้นานขึ้น

1. แบตตอรี่โน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่เป็นแบตตอรี่ที่สามารถเรียนรู้ค่าความจุของตัวมัน เองได้ในกรณีใช้งานไปนานๆ
ความจุจะลดลงเรื่อยๆจนและก็ใช้งานไม่ได้ในที่สุด
2. คุณสมบัติที่สำคัญของแบตตอรี่ชนิด li-ion คือสามารถประจุไฟฟ้าได้ในระยะเวลาอันสั้น และสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้า
ได้สองเท่าของความจุของตัวมันเอง แต่ข้อจำกัดด้านความปลอดภัยของมันมีหลายด้านจึงต้องมีวงจรควบคุมแตกต่างกับ พวก แบตตอรี่ Ni-Mh,Ni-cd

3. การยึดอายุง่ายๆคือหลีกเลี่ยงให้แบตตอรี่ร้อนมาก เช่นในกรณีใช้งานแบตตอรี่จนหมดและทำการชารจ์ต่อเลยซึ่งทำให้แบตตอรี่ร้อน
ต่อเนื่องกัน ควรพักเครื่องให้เย็นก่อนสักครึ่งชั่วโมงจึงทำชารจ์

4. แบตตอรี่โน๊ตบุ๊คไม่จำเป็นต้องใช้จนหมดเหลือ 0 % แล้วค่อยชารจ์ และไม่ให้เครื่องดับกระทันหัน

5. ไม่ควรถอดแบตตอรี่ออกจากตัวโน๊คบุ๊ค ถ้าจำเป็นจริงๆควรชารจ์ให้เต็มแล้วค่อยถอดเก็บไว้ได้ประมาณ 1 เดือน

6. บางกรณีบางท่านไม่ค่อยได้ใช้พลังงานจากแบตตอรี่เลย ในเดือนหนึ่งควรใช้งานมันให้ต่ำกว่า 10 % สักประมาณ 5 ครั้งหรือสัปดาห์ละครั้ง

ในการใช้งานแบตตอรี่อายุการใช้งานทั่วไปสามารถชารจ์ ดิสชารจ์ได้ 300 ครั้งและถ้าภายในหนึ่งเดือนเราชารจ์มาก 100 ครั้ง
อายุแบตตอรี่จะเสื่อมไว้ขึ้นครับ

7. ความจริงแล้วแบตตอรี่ Li-on ตัวเชลล์ที่อยู่ในแบตตอรี่แพ็คนั้นไม่มีเมโมรี่อีเฟ็ค แต่ถ้ามาประกอบกันเป็น แบตตอรี่โน๊คบุ๊คแล้ว
มันจะมี มีเมโมรี่อีเฟ็คขึ้นมาแต่เป็นในทางดิจิตอลโดยเป็นค่าที่แต่ละโรงงานผู้ผลิต เช็ตขึ้นมาเพื่อป้องกันปัญหาต่างของตัวเชลล์แบตตอรี่
ในกรณีมีปัญหาเกิดขึ้น โดยทั่วไปแบตตอรี่จะเสื่อมลงเมื่อ 1-2 ปีผ่านไปแล้วครับและก็ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละบุคคลด้วย

8. บางครั้งบางท่านเสียบชารจ์บ่อย ทั้งที่แบตตอรี่ไม่หมด ไม่ต้องกลัวว่าแบตตอรี่มันจะนับจำนวนรอบของการใช้งาน ทำให้อายุสั้นลง

9. ในรอบการใช้งานตัวแบตตอรี่เองมันจะนับรอบในการใช้งานในกรณีที่ใช้งานต่ำกว่า ค่าที่ทางโรงงานกำหนด
โดยจะแตกต่างและขึ้นอยู่กับค่าความจุขอตัวเชลล์แบตตอรี่

10. ในรอบการใช้งาน cycle นั้นเป็นค่าที่ไม่มีผลกับตัวแบตตอรี่ที่จะทำให้แบตตอรี่ใช้งานน้อยเป็นเพียง ค่าที่ช่วยในการตรวจสอบ
การใช้งานแบตตอรี่และการซ่อมแบตตอรี่เท่านั้น

11. ไม่ควรวางแบตตอรี่ตามพื้น หรือในที่ชื้นๆ จะทำให้แบตอรี่เสื่อมไวขึ้น

12. ในกรณีที่เครื่องโดนน้ำควรรีบถอดแบตตอรี่โดยเร็วครับ แต่ส่วนใหญ่ถ้าขั้วแบตตอรี่ชอร์ตกันวงจรป้องกันที่อยู่ภายในก็จะทำงานครับ

13. แบตตอรี่ที่ใช้งานมานานแล้วบางทีจะเกิดสนิมข้างในตัวเชลล์และอาจผสมกันเป็น น้ำยาเหลว สังเกตได้ลองเขย่าตัวแบตตอรี่
ต้องไม่มีอะไรคลอนอยู่ข้างใน ถ้ามีไม่ควรเสียบไว้กับเครื่องเด็ดขาดครับ

14. แบตตอรี่ที่ใช้งานได้ปกติแต่ถ้าชารจ์เต็มและวางไว้วันสองวันและประจุหมด ก็ถือว่าเสื่อมครับ เสื่อมตามอายุการใช้งานนะครับ
ขอขอบคุณ : www.sonirodban.com

ทิปคอมพิวเตอร์, สอนคอมพิวเตอร์

การ์ดแสดงผล display card

ธันวาคม 28th, 2010
ปิดความเห็น บน การ์ดแสดงผล display card

การ์ดแสดงผล (Graphic Card, Display Card หรือ VGA Card) คือ อุปกรณ์ที่ใช้แปลงสัญญาณทางดิจิตอลให้เปลี่ยนเป็น
 สัญญาณภาพที่แสดงผลผ่านจอคอมพิวเตอร์ ชนิดของการ์ดแสดงผลจะเป็นตัวกำหนดความเร็วในการแสดงผล ความละเอียดและความคมชัด
 ของกราฟฟิก รวมทั้งจำนวนสีที่สามารถแสดงผลด้วย

   การ์ดแสดงผลจะประกอบด้วยส่วนต่างๆที่ไม่ซับซ้อนมากนักโดยส่วนของพอร์ตเชื่อมต่อต่างๆบนการ์ดจะมีข้อความอธิบาย ไว้ด้วย ซึ่งจะสนับสนุนช่องต่อแบบใดบ้างนั้นก็ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของการ์ดรุ่นนั้นๆด้วยสำหรับส่วนประกอบต่างๆ

ที่สำคัญก็คือชิปกราฟฟิกแรมบนตัวการ์ดพอร์ตเชื่อมต่อสายสัญญาณกับจอภาพ และอินเทอร์เฟสของการ์ด

รูปที่ 5.1 การ์ดแสดงผล

                 นอกจากนั้นการ์ดบางรุ่นยังมีช่องต่อต่าง ๆ ต่อไปนี้เพิ่มด้วย

                         ช่อง DVI สำหรับต่อกับจอภาพ LCD
                         ช่อง Video – in สำหรับรับไฟล์วิดีโอจากกล้องวิดีโอ
                         ช่อง Video-out สำหรับแสดง/นำไฟล์วิดีโอออกไปยังอุปกรณ์ภายนอก
                         ช่อง TV-out สำหรับต่อเข้ากับทีวี (เป็นการ์ดแบบ TV-Tunner )

รูปที่ 5.2 ช่องต่อต่าง ๆ ของการ์ดแสดงผล

                คอมพิวเตอร์รุ่นประหยัดในปัจจุบัน มักจะมีชิปสำหรับแสดงผลติดตั้งมาพร้อมกับเมนบอร์ด หรือเรียกว่า Video on Board อยู่แล้ว ซึ่งส่วนเชื่อมต่อต่าง ๆ ที่ออกมาทางด้านหลังของเมนบอร์ดก็จะมีเพียงพอร์ต VGA สำหรับต่อเข้ากับสายสัญญาณจากจอภาพเท่านั้น

2. ชิปแสดงผลจากค่ายอื่น ๆ

                นอกจากชิปแสดงผลยอดนิยมจากค่าย nVidia และ ATi แล้วยังมีผู้ผลิต จากค่ายอื่น ด้วย ซึ่งก็มุ่งเน้นตลาดในระดับที่แตกต่างกันไป
   ดังนี้

 3. คุณสมบัติอื่น ๆ ของการ์ดแสดงผล
             
นอกจากการพิจารณาตัวชิปบนการ์ดแล้ว ในการเลือกการ์ดแสดงผลมาใช้งานยังมีปัจจัยสำคัญอื่น ๆ ที่ต้องนำมาพิจารณาประกอบ
 กันด้วย  เพื่อให้ได้การ์ดที่มีประสิทธิภาพตรงกับงานที่ทำอยู่ด้วย เช่น มาตรฐาน การเชื่อมต่อ ชนิดและขนาดของแรมบนการ์ด เป็นต้น

             3.1 มาตรฐานการเชื่อมต่อ  การแสดงผลในปัจจุบันใช้ระบบบัสเชื่อมต่อแบบ AGP ( Accelerated Graphic Port ) 
  ซึ่งมาแทนการเชื่อมต่อแบบ PCI โดยมาตรฐาน AGP นี้ทำให้ได้ความเร็วด้านการแสดงผลเพิ่มขึ้น เริ่มต้นที่ความถี่ 66 MHz
 (ในระบบบัส PCI ทำงานที่ความถี่33 MHz )  และความเร็วในการรับส่งข้อมูลที่ 266 MB/s โดยปัจจุบัน พัฒนาไปถึงมาตรฐาน AGP 8x
 ที่มีความเร็วในการทำงานถึง 2 GB/s เลยทีเดียว

1) มาตรฐาน AGP 4x เป็นมาตรฐานที่มีใช้งานมากที่สุดในปัจจุบัน โดยรับ/ส่งข้อมูลได้ที่ความเร็วเป็น 2 เท่า
  ของ AGP 2x  โดยใช้ความกว้างบัส 32 บิต สามารถส่งข้อมูลได้ 4ครั้งใน 1 สัญญาณความถี่ ดังนั้นความถี่ในการส่งข้อมูลจะเท่ากับ
 266 MHz นั่นคือความเร็ว ในการรับส่งข้อมูลสูงสุดเป็น 266 MHz x 4 Bytes = 1064 MB/s หรือ 1 GB/s

                       2) มาตรฐาน AGP 8x AGP 8x เป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อใหม่ที่สามารถทำงานได้ที่ความเร็วสูงสุด 2 GB/s
  ปัจจุบันเมนบอร์ดรุ่นใหม่ ๆ สนับสนุนมาตรฐานนี้กันบ้างแล้ว โดยการ์ดหลาย ๆ รุ่น เช่น ของ WinFast ที่ใช้ชิปกราฟฟิก
 GeForce FX 5800 หรือการ์ดของ Gigabyte ที่ใช้ชิปกราฟฟิก ATi Radeon 9000 Pro ก็รองรับมาตรฐาน AGP 8x ด้วย

               3.2 หน่วยความจำบนการ์ดแสดงผล  การทำงานของการ์ดแสดงผลนั้น มีอยู่ 2 โหมด คือใหมด Text และโหมด
  Gaphic ซึ่งปัจจุบัน ในการทำงานบน Windows นั้นเป็นการแสดงผลในแบบโหมด Graphicซึ่งหน่วยความจำบนการ์ดจะคอยรับข้อมูล
 ที่มาจากซีพียูถ้าหน่วยความจำ มากก็จะรับข้อมูลจากซีพียูมากช่วยให้การแสดงผลบนจอภาพมีความเร็วสูงขึ้น

                 การพิจารณาหน่วยความจำบนการ์ดแสดงผลนั้น สิ่งที่ควรดูมากที่สุดก็คือเรื่องของประเภทแรม
   และขนาดแรม   แรมที่ใช้บนการ์ดแสดงผลในปัจจุบันมีตั่งแต่ 32-128 MB ซึ่งขนาดของแรมที่มากก็จะช่วยให้คุณภาพ
 การ์ดแสดงผลของการ์ดสูงขึ้นตามไปด้วย  สำหรับชนิดของหน่วยความจำที่ใช้กันบนการ์ดแสดงผลในปัจจุบันนั้นมีดังนี้  

                       1) แรมชนิด SDRAM เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้เป็นหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์นั่นเอง มีอัตราการส่งข้อมูล
  โดยประมาณ 528 MB  ยังคงมีการนำมาใช้บนการ์ดแสดงผลในปัจจุบัน รองจากแรมชนิด DDR SDRAM ที่มักเป็นมาตรฐานของ
  การ์ดแสดงผลรุ่นใหม่ ๆ
                        2) แรมชนิด DDR SDRAM เป็นแรมที่ได้รับความนิยมในการนำมาใช้บนการ์ดแสดงผลมากที่สุด
 ในปัจจุบัน  เพราะสามารถทำงานได้เร็วกว่าแรมชนิด SDRAM ถึง 2เท่าที่ความถี่เดียวกัน
                       3) แรมชนิด DDR2 เป็นแรมที่ถูกพัฒนาเพื่อทำงานร่วมกับการ์ดแสดงผลโดยเฉพาะ และจะนำไปใช้

                เป็นแรมปกติที่ทำงานร่วมกับซีพียูด้วย DDR2 จะเข้ามาช่วยลดปัญหาคอขวดในการรับส่งข้อมูล ระหว่างชิปกราฟฟิก
  ไปยังหน่วย ความจำบัฟเฟอร์ ทำให้สามารถแสดงผลได้รวดเร็วขึ้น รองรับการทำงานที่ความเร็วมากถึง 1 GHz

ข้อมูล : http://www.บริการซ่อมคอมพิวเตอร์.com

Driver, ซ่อมคอมพิวเตอร์, รับซ่อมคอม, ร้านซ่อมคอม, ศัพท์คอมพิวเตอร์-อินเตอร์เน็ต

driver acer n15235

ธันวาคม 25th, 2010
ปิดความเห็น บน driver acer n15235

Driver acer n15235  Desktop mainboard /Motherboard 

driver acer n15235

driver acer n15235

P/Ns on board include: 

N15235, 672M01, 04QS81100473, 672M01-1.1-8K SH 

ดาวน์โหลด driver acer n15235

Driver, รับซ่อมคอม

การใช้งาน Contacts ใน Microsoft Outlook 2007

ธันวาคม 22nd, 2010
ปิดความเห็น บน การใช้งาน Contacts ใน Microsoft Outlook 2007
Contacts คือโปรแกรมย่อยใน Microsoft Outlook 2007 ที่ช่วยให้เราสามารถเก็บรายละเอียด ชื่อ ที่อยู่ของบุคคลที่เราต้องการติดต่อด้วย ทำให้สามารถในการใช้งาน ถ้าเราบันทึกชื่ออีเมล เราก็สามารถสั่งเปิด New Email ผ่านทาง Contacts ได้โดยตรงอีกด้วย เรียกโปรแกรมนี้ สามารถเชื่อมต่อกับเข้าโปรแกรมอื่นๆ ใน Microsoft Outlook 2007 ได้อย่างแนบเนียน

บันทึกรายละเอียดชื่อที่อยู่ของบุคคลที่เราต้องการติดต่อ

Contacts คือโปรแกรมย่อยใน Microsoft Outlook 2007 ที่ช่วยให้เราสามารถเก็บรายละเอียด ชื่อ ที่อยู่ของบุคคลที่เราต้องการติดต่อด้วย ทำให้สามารถในการใช้งาน ถ้าเราบันทึกชื่ออีเมล เราก็สามารถสั่งเปิด New Email ผ่านทาง Contacts ได้โดยตรงอีกด้วย เรียกโปรแกรมนี้ สามารถเชื่อมต่อกับเข้าโปรแกรมอื่นๆ ใน Microsoft Outlook 2007 ได้อย่างแนบเนียน
การบันทึกรายละเอียดใน Contacts

   1. คลิกหัวข้อ Contacts (คอลัมภ์ซ้ายมือ) หรือ
   2. คลิกเมนู Go เลือกคำสั่ง Contacts? หรือ
   3. กดปุ่มบนแป้นพิมพ์ Ctrl + 3
   4. ถ้าต้องการบันทึก Contacts ใหม่ ให้ดับเบิลคลิกที่หน้าต่างของ Contacts
   5. จะได้หน้าต่าง แสดงรายละเอียดต่างๆ ให้กรอก (หรือคลิกเมนู File เลือก New และเลือก Contact)

   6. พิมพ์ข้อความต่างๆ ตามนามบัตร หรือกรอกรายละเอียดให้มากที่สุด
   7. สามารถใส่รูปภาพลงใน Contact แต่ละบุคคลได้ด้วย
   8. คลิกปุ่ม Save & Close เมื่อบันทึกเสร็จ

การ บันทึก Contact นี้สามารถบันทึกได้ทั้งภาษาไทย และหรือ ภาษาอังกฤษ และหลังจากการบันทึกเรียบร้อยแล้ว เราสามารถสั่งพิมพ์ Contacts ในรูปแบบของรายงานได้ด้วย

Credit : it-guides

รับซ่อมคอม, สอนคอมพิวเตอร์

การตั้งค่าเซ็ทระบบ Security ของ Wireless LAN เพื่อความปลอดภัย

ธันวาคม 20th, 2010
ปิดความเห็น บน การตั้งค่าเซ็ทระบบ Security ของ Wireless LAN เพื่อความปลอดภัย

เนื่องจากระบบ Wireless LAN ใช้คลื่นวิทยุในการส่ง ดังนั้นการที่ผู้ไม่ประสงค์ดี จะดักจับสัญญาณของเราและก็ Hack เอาข้อมูลที่มีการรับ-ส่งระหว่างเครื่องลูกข่าย (Client) กับ Access Point ในการเชื่อมต่อแบบ Infrastructure หรือระหว่าง Client กับ Client ในการเชื่อมต่อแบบ Ad-hoc นั้น ย่อมสามารถทำได้อย่างไม่ยากนัก ดังนั้นการใช้งาน Wireless LAN นั้น ควรที่จะต้องมีการเซต Security ให้กับระบบด้วยครับ ถ้าจะพูดถึงระบบ Security ของ Wireless LAN นั้น มีอยู่มากมายหลายวิธี โดยขึ้นอยู่กับอุปกรณ์แต่ละประเภท แต่ที่ผมจะพูดถึงในที่นี้ เป็นการเซต Security แบบที่น้อยที่สุด 5 ข้อที่ระบบ Wireless LAN ของคุณควรจะใช้ครับ ขอย้ำว่า “อย่างน้อยนะครับ”

พื้นฐานระบบ Security ของ Wireless LAN จำเป็นต้องมี

พื้นฐานระบบ Security ของ Wireless LAN จำเป็นต้องมี

1. เปลี่ยน SSID

SSID คือชื่อของ Network ที่เราตั้งขึ้นมาเอง โดยที่ทุกๆ เครื่องในระบบต้องตั้งค่า SSID ค่าเดียวกัน โดยส่วนมากเมื่อเราซื้อ Wireless Access Point มาใหม่ๆ จะมีการตั้งค่า SSID ไว้แล้ว แต่เราควรที่จะเปลี่ยนชื่อ SSID ในทันทีที่ติดตั้ง การตั้งชื่อ SSID นั้นต้องไม่เกิน 32 ตัวอักษร และตัวใหญ่ตัวเล็กก็มีค่าต่างกันด้วย เช่น TonyNetwork กับ tonyNetwork ถือว่าเป็นคนละ SSID กันครับ

2. เปลี่ยน Password สำหรับ Admin

Default Password ที่มากับ Wireless Access Point แต่ละยี่ห้อนั้น ไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณใช้ความพยายามซักเล็กน้อย ใน Google.com คุณก็สามารถจะรวบรวม Default IP Address, Username และ Password ของทุกยี่ห้อได้อย่างง่ายดาย เพราะฉะนั้นคุณควรที่จะเปลี่ยน Default Password ของ Wireless Access Point ของคุณทันทีที่เริ่มติดตั้งระบบครับ

3. SSID Broadcast = Disabled

SSID Broadcast คือการยอมให้เผยแพร่ SSID ให้ทุกๆ เครื่องที่อยู่ในระยะส่งของ Wireless Access Point (AP) สามารถที่จะเห็น AP ของเราได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีในขณะที่เราทำการติดตั้งระบบในครั้งแรก เพราะจะทำให้ง่ายในการทดสอบระบบและเซตเครื่องลูกข่าย แต่หลังจากที่เราติดตั้งระบบ Wireless Network เรียบร้อยแล้ว เราควรที่จะยกเลิก SSID Broadcast ในทันที เพราะการที่เราเปิดเผย SSID ของเรานั้น อาจทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดี สามารถที่จะแอบเข้ามาในระบบ Network ของเราได้ครับ

4. WEP Encryption = Enabled

WEP ย่อมาจาก Wired Equivalent Privacy ซึ่งแปลตรงๆ ได้ว่า “ความปลอดภัยเสมือนใช้สาย LAN” เป็นรูปแบบการเข้ารหัสของอุปกรณ์ Wireless LAN ที่แพร่หลายที่สุด ไม่ว่าจะเป็น Wireless Adapter รุ่นไหนๆ ก็ใช้ WEP ได้, อุปกรณ์ PDA ประเภท PocketPC และ Palm ที่มี Wi-Fi built-in ก็รองรับการเข้ารหัสแบบนี้

ในการเข้ารหัสแบบ WEP นั้น สามารถที่จะเลือกระดับของการเข้ารหัสได้ว่า จะใช้ 64-bit, 128-bit หรือ 256-bit โดยการใช้จำนวน Bit ที่มากขึ้นนั้น ทำให้ความเร็วในการเชื่อมต่อลดลงครับ แต่ว่าจำนวน Bit ยิ่งมาก ก็ยิ่งดีในแง่ของความปลอดภัยครับ เพราะว่ายิ่งจำนวน Bit มาก ยิ่งทำให้ใช้เวลาในการ Hack นานขึ้นครับ เนื่องจาก WEP นั้นมีคู่กับ Wi-Fi มานานแล้ว ทำให้มี software หลายๆ ตัวที่คุณสามารถไป Download มาจากบน Internet เพื่อใช้ในการ Hack หาค่า WEP Key ครับ ซึ่งเมื่อ Hacker รู้ WEP Key ของคุณแล้ว การเข้ารหัสข้อมูลก็ไม่จำเป็นอีกต่อไปครับ

ส่วนการเข้ารหัสแบบใหม่ ซึ่งออกมาแทน WEP นั้นมีชื่อว่า WPA ย่อมาจาก Wi-Fi Protected Access ซึ่งมีความปลอดภัยสูงมาก แต่อย่างไรก็ตาม Wireless Access Point ที่มีขายอยู่ในท้องตลาด ไม่ใช่ทุกตัวที่จะมีการเข้ารหัสแบบ WPA ครับ จะมีเฉพาะ Wireless Access Point รุ่นใหม่ๆ เท่านั้นครับ ที่จะมี WPA ติดมาด้วยครับ ส่วนท่านที่ต้องการระบบการเข้ารหัสที่ดีกว่า WPA ขึ้นไปอีก เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการเปิดตัวมาตรฐาน WPA2 แล้วครับ ในเร็วๆ วันนี้อาจจะได้เห็นอุปกรณ์ที่สามารถเข้ารหัสแบบ WPA2 ออกมาก็ได้ครับ

5. MAC Address Filtering

MAC Address ทำหน้าที่เสมือนเลขประจำตัวของอุปกรณ์ Network ต่างๆ ซึ่งอุปกรณ์ Network ทุกชิ้นในโลกนี้ จะไม่มี MAC Address ที่ซ้ำกันเลยครับ ดังนั้นการที่เราสามารถที่จะกำหนดให้แค่เครื่องคอมพิวเตอร์ของเราเท่านั้น ที่สามารถเข้าสู่ Wireless Network ของเราได้ ก็ย่อมที่จะเสริมความปลอดภัยให้กับระบบ Wireless LAN ของเราให้ดีขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

computer repair

Videos, Slideshows and Podcasts by Cincopa Wordpress Plugin