Archive

Archive for มีนาคม, 2011

ตรวจสอบพื้นที่ให้บริการ 3g Ais TrueMove TOT CAT CDMA Hutch

มีนาคม 30th, 2011
ปิดความเห็น บน ตรวจสอบพื้นที่ให้บริการ 3g Ais TrueMove TOT CAT CDMA Hutch

  พื้นที่ให้บริการระบบ 3G ในประเทศไทยมีครอบคลุม และในแต่ละเครือข่าย ก็จะมีพื้นที่ให้บริการไม่เหมือนกันค่ะ ลองมาดูกันว่าเครือข่ายต่างๆให้บริการพื้นที่ไหนบ้าง 

ตรวจสอบพื้นที่ให้บริการ 3g

 

 
AIS ใช้คลื่นความถี่ 900 MHz

  • กรุงเทพมหานคร : ใช้ได้เฉพาะ บริเวณห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิลด์
  • ชลบุรี
  • เชียงใหม่
  • หัวหิน

 สามารถตรวจสอบพื้นที่บริการได้ที่  http://www.ais.co.th/3g  

True Move ใช้คลื่นความถี่ 850 MHz (กำลังรอการอนุมัติประกาศให้บริการ 3G ในเชิงพาณิชย์ ซึ่ง กทช.จะเปิดประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการ 3G ในย่านความถี่ 2100 MHz เร็วๆ นี้)

  •        ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน
  • ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม
  • ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์
  • ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง
  • ห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์
  • ห้างสรรพสินค้าสยามดิสโคเวอรรี่
  • ห้างสรรพสินค้าเกษรพลาซ่า
  • ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลสีลม
  • ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ราชดำริ
  • อาคารฟอร์จูนทาวน์ (ซีพี 2)
  • อาคารทรูทาวเวอร์ รัชดาภิเษก
  • อาคารซีพีทาวเวอร์ สีลม
  • ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็คอารีนา เมืองทองธานี และบริเวณโดยรอบ
  • ศูนย์แสดงสินค้าชาร์เลนเจอร์ เมืองทองธานี และบริเวณโดยรอบ
  • ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี และบริเวณโดยรอบ
  • โรงแรมเอราวัณ
  • โรงแรมปทุมวันปริ้นซ์เซส
  • โรงพยาบาลตำรวจ
  • สนามม้าราชกรีฑาสโมสร
  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและบริเวณโดยรอบ
  • มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒน์และบริเวณโดยรอบ
  • มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและบริเวณโดยรอบ
  • มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บางนาและบริเวณโดยรอบ
  • มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หัวหมากและบริเวณโดยรอบ
  • มหาวิทยาลัยมหิดลวิทยาเขตศาลายาและบริเวณโดยรอบ
  • มหาวิทยาลัยราชมงคลกรุงเทพฯ (สาธร)
  • บริเวณโดยรอบสยามสแควร์
  • สวนลุมพินี
  • สวนลุมไนท์บาซ่าร์
  • ถนน พระราม1 จากหน้า สนามศุภชลาศัย – แยกราชประสงค์ – ถนน เพลินจิต – ถนน วิทยุ
  • ถนน ราชดำริ จากหน้า สนามม้าราชกรีฑาสโมสร – แยกราชประสงค์ – แยกประตูน้ำ
  • ถนน พญาไท จากหน้า จุฬาฯ – แยกมาบุญครอง – สะพานหัวช้าง – ถนนเพชรบุรี
  • ถนนพระรามสี่ จาก สวนลุม – แยกสามย่าน
  • ถนนสาทร จาก สวนลุม – ถนน นราธิวาส ฯ
  • ถนนสีลม จาก แยกศาลาแดง – ถนน นราธิวาส ฯ
  • ถนนสุรวงศ์ จาก แยกศาลาแดง – ถนน นราธิวาส ฯ
  • ถนนเพชรบุรีจากแยกตัดถนนบรรทัดทอง – ถนนวิทยุ
  • ถนนเยาวราช และบริเวณโดยรอบ (เร็วๆนี้)
  • ถนนสุขุมวิทตั้งแต่สุขุมวิท1 ถึง แยกพร้อมพงษ์
  • ถนนอโศกจากแยกสุขุมวิท ถึง ถนนพระรามเก้าจนถึงแยกศูนย์วัฒนธรรม
  • สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ สมุทรปราการ
  • สนามบินนานาชาติภูเก็ต
  • บริเวณชายหาดป่าตองจังหวัดภูเก็ต

 สามรถตรวจสอบพื้นที่ให้บริการอย่างละเอียดได้ที่ http://www.truemove.com/th/service-3g-3.html

TOT 3G ใช้คลื่นความถี่ 2100 MHz 

นับว่าเป็น เครือข่ายระบบ 3G ที่เกือบจะสมบูรณ์ที่สุด โดยพื้นที่ให้บริการ สามารถเข้าไปเชคได้ที่ เว็บไซต์ของ TOT 3G โดยตรง เลยนะคะ http://www.tot3g.net/3g_service_point.php

ตรวจสอบพื้นที่ให้บริการ i-mobile 3GX

คุณสามารถ ตรวจสอบพื้นที่การใช้งานของ i-mobile 3GX ง่ายๆ ด้วยการเลือก จังหวัด และตามด้วย เขต/อำเภอ 

 แล้วกดตรวจสอบ ระบบ จะแสดง เสาสัญญาณ 3G ทั้งหมด พร้อม รัศมีทำการ ของ สัญญาณ 3GX  

http://www.i-mobile3gx.com/index_coverage_check.php

4. CAT CDMA
เปิดให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ
พื้นที่ให้บริการ 51 จังหวัด ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ ยกเว้นภาคกลางและตะวันออก
ให้บริการ 3G บนพื้นฐานของเครือข่าย CDMA 2000 1X EV-DO rev.A ความเร็ว 3.1 Mbps คลื่น 800 MHz 

http://www.catcdma.com/th/about-area.rhtml 

5. Hutch
ทดลองเปิดให้บริการ 3G ในบางพื้นที่ (เก็บค่าบริการตามปกติเท่ากับส่วนที่ยังไม่ได้ upgrade เป็น 3G [CDMA2000 1X])
พื้นที่ให้บริการ 3G กรุงเทพ+ปริมณฑล หัวหิน ชลบุรี-พัทยา-ศรีราชา
ให้บริการ 3G บนพื้นฐานของเครือข่าย CDMA 2000 1X EV-DO ความเร็ว 2.4 Mbps คลื่น 800 MHz

Driver

หมดยุค DVD เข้าสู่ยุค UltraViolet

มีนาคม 30th, 2011
ปิดความเห็น บน หมดยุค DVD เข้าสู่ยุค UltraViolet

กลุ่มผู้ถือหุ้นในอุตสาหกรรมบันเทิงกำลังจะเปลี่ยนแนวทางในการชมรายการโทรทัศน์และซื้อภาพยนตร์ด้วยฟอร์แมทใหม่ นั่นคือ Ultraviolet ซึ่งจะมาแทนที่ DVD  โดยขณะนี้มีการรวมกลุ่มเป็น consortium ซึ่งเรียกว่า Digital Entertainment Content Ecosystem หรือ DECE ซึ่งสมาชิกส่วนหนึ่งประกอบด้วย Warner Bros.Entertainment ,Netflix,Microsoft,Hewlett-Packardและ Best Buy ซึ่งเห็นตรงกันที่จะกำหนดมาตรฐานและสเป็คเพื่อรองรับคอนเทนต์ให้สามารถเล่นได้บนอุปกรณ์ที่ได้รับการรับรองซึ่งเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า UltraViolet นั่นเองDECE ได้ประกาศแนวทางนี้ในงาน 2011CES ที่ลาสเวกัสโดยคาดหวังว่าบรรดาบริษัทต่างๆที่ได้รับ license UltraViolet จะเริ่มเปิดตัวโปรดักท์และให้บริการได้ในซัมเมอร์นี้ และคาดหวังว่าจะได้เห็นการบริการและการใช้ UltraViolet ในอังกฤษและแคนาดาภายในปลายปีนี้เช่นกัน  ด้วยความเชื่อว่าถ้าเราเชื่อว่า DVD กำลังถึงจุดอิ่มตัวและเริ่มล้าหลังแล้ว ก็ถึงเวลาสำหรับ UltraViolet ที่จะกลายมาเป็นฟอร์แมทใหม่สำหรับโฮมวิดีโอในช่วงต่อไป  

                ข้อดีของ UltraViolet ก็คือผู้ใช้สามารถที่จะได้รับสิทธิในภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์อย่างยาวนานตลอดชีพและสิทธิในคอนเทนต์เหล่านั้นก็สามารถถ่ายโอนจากโปรไวเดอร์ผู้ให้บริการรายหนึ่งไปยังอีกรายหนึ่งได้อย่างง่ายดายหากเจ้าของต้องการโอนย้ายหรือในกรณีที่การบริการของโปรไวเดอร์รายใดยุติลง  ทำให้เจ้าของไม่ต้องกังวลว่าภาพยนตร์หรือคอนเทนต์ของตนจะสูญหายหรือเสียหายอีกต่อไปเพราะคอนเทนต์เหล่านั้นสามารถจะเข้าไปดูได้ผ่านทางโทรทัศน์ที่เชื่อมต่อกับเว็บหรือ Web-connected TV  , handheld, set-top box หรือคอมพิวเตอร์ DECE กล่าวว่าครอบครัวต่างๆซึ่งใช้ UltraViolet จะสามารถสร้าง account ให้กับสมาชิกภายในครอบครัวได้ถึง 6 คนที่จะสามารถเข้าไปดูภาพยนตร์จาก Ultra Violet  รายการทีวี หรือความบันเทิงในรูปแบบอื่นๆได้ โดยผู้บริโภคยังสามารถลงทะเบียนใช้อุปกรณ์ในการเล่นคอนเทนต์ได้ถึง 12 อุปกรณ์ ซึ่งจะช่วยทำให้การดาวน์โหลดคอนเทนต์จากอุปกรณ์ตัวหนึ่งไปยังตัวอื่นๆทำได้ง่าย  

                ปัญหาเดียวก็คือคอนเทนต์เหล่านั้นจะถูกบริหารจัดการด้วยลิขสิทธิ์ดิจิตอลโดยมีการออกแบบซอฟต์แวร์ขึ้นมาเพื่อป้องกันการก็อปปี้โดยไม่ได้รับอนุญาตซึ่งทาง DECE จะเป็นผู้ดูแลในเรื่องนี้ ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาทันทีว่าผู้สร้าง UltraViolet กำลังพยายามที่จะล็อคคอนเทนต์สำหรับผู้บริโภคทั่วไปอีกครั้ง ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยมองว่าปกติอินเตอร์เน็ตก็ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถควบคุมมีเดียทั้งการแชร์ภาพยนตร์ดิจิตอล เพลงและหนังสือได้บ่อยครั้งตามที่ต้องการและเล่นบนอุปกรณ์ที่พวกเขาต้องการใช้ได้อยู่แล้ว  

                 ไมเคิล โรเบิร์ตสัน ซึ่งบุกเบิกด้านเทคโนโลยีมานานรวมถึงเป็นผู้ให้บริการ MP3.com และคลุกคลีกับคอนเทนต์ดิจิตอลมาเกือบ 10 ปีเป็นอีกคนหนึ่งที่ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับ  UltraViolet   เขากล่าวว่าเขาคิดว่ายุคของความพยายามที่จะบังคับผู้บริโภคให้ใช้ฟอร์แมทและมาตรฐานตามที่กำหนดนั้นได้หมดลงแล้ว เพราะขณะนี้เราอยู่ในโลกซึ่งผู้ใช้อยู่ห่างจาก BitTorrent แค่คลิกเดียวในการได้ก็อปปี้ภาพยนตร์คุณภาพสูงที่สามารถเล่นบนเครื่องเล่นใดก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นฟอร์แมทหรือมาตรฐานของ UltraViolet  ซึ่งโดยความจริงมีการตั้งข้อกำหนดและข้อจำกัดอยู่ ทั้งที่ผู้บริโภคมีอำนาจมากกว่านั้นเยอะ

แต่เรื่องนี้มิทช์ ซิงเกอร์ หัวหน้าฝ่ายเทคโนโลยีของ Sony Pictures ซึ่งเป็นหนี่งในสมาชิกของ DECE กล่าวว่าโดยความจริงแล้วไม่ได้มีการสมรู้ร่วมคิดเพื่อที่จะควบคุมผู้บริโภคแต่อย่างใด แต่ UltraViolet  ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้การเก็บ การดูและการถ่ายโอนหนังและรายการทีวีทำได้ง่ายขึ้นเช่นเดียวกับที่ DVD เคยทำมาก่อน พร้อมกับย้ำด้วยว่าประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นแล้วว่าการขาดมาตรฐานที่เปิดกว้างหรือ open standard มีแต่จะทำร้ายผู้บริโภค  

                แบร์รี่ แม็คคาร์ธี  CFO ของ Netflix ซึ่งอยู่ในตำแหน่งนี้มาถึง 10 ปีจนกระทั่งออกจากบริษัทไปเมื่อเดือนที่แล้ว เคยคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วว่าจำเป็นจะต้องมีการสร้างฟอร์แมทและมาตรฐานสำหรับการดูภาพยนตร์ทางเว็บ และน่าจะเกิดขึ้นหลังยุค DVD   เขากล่าวว่า DVD คือโปรดักส์สำหรับผู้บริโภคที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์หากวัดในแง่ของการเจริญเติบโต ตัวอย่างเช่นอัตราการเจริญเติบโตของ DVD ในสหรัฐที่ใช้เวลาเพียง 5 ปีก็เข้าถึงครัวเรือนอเมริกันถึง 50 เปอร์เซ็นต์  DVD ถือเป็น open platform  ซึ่งหมายถึงมีหนี่งแสตนดาร์ดซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้ผลิต ดังนั้นทุกคอนเทนต์จึงสามารถใส่ลงใน DVD   ในขณะที่การดูภาพยนตร์ทางเว็บในขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดฟอร์แมทหรือแสตนดาร์ด    ตัวอย่างเช่น Apple ก็มีอุปกรณ์ของตัวเองแต่ก็สื่อสารหรือพูดกับเว็บไซด์ของ Apple เท่านั้น  เช่นเดียวกับแอ็พพลิเคชั่นของ Netflix ก็คุยได้เฉพาะเว็บไซด์ของ Neflix เท่านั้น  

                ความเป็นจริงซึ่งขณะนี้ค่ายบันเทิงหลายค่ายทั้ง Sony,Time Warner,Viacom และ News Corp. ยอมรับแล้วก็คือยอดจำหน่าย DVD กำลังลดลงเรื่อยๆ  โดยเมื่อสิ้นสุดไตรมาสเมื่อ 31 ธันวาคม  Paramount Pictures  พบว่ารายได้จากวิดีโอลดลงถึง 44 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านี้  และเดี๋ยวนี้ประชาชนไม่นิยมให้ DVD เป็นของขวัญในโอกาสสำคัญๆอีกแล้ว  

                เป็นเวลา 20  ปี ที่ DVD และเทประบบ VHS ซึ่งมาก่อนหน้า DVD ได้กลายเป็นแหล่งทำรายได้มหาศาลสำหรับค่ายภาพยนตร์  ยอดขาย  DVD เคยแซงหน้ายอดขายตั๋วภาพยนตร์ระหว่างปี 2002-2009  แต่ในช่วงหลังนี้ความสนใจของผู้บริโภคหันไปใช้บริการบันเทิงทางเว็บมากขึ้นรายงานของ Box office.com ระบุว่ายอดขายตั๋วภาพยนตร์เมื่อปี 2010 อยู่ที่ 10,500 ล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่ามี 2009 ที่อยู่ที่ 10,700 ล้านดอลลาร์โดยการให้บริการซื้อตั๋วทางออนไลน์ช่วยเพิ่มรายได้ให้มากขึ้น  แต่ทั้งๆที่ปีที่แล้วมีภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมมากกว่าปี 2009 แต่รายได้น้อยกว่า วิเคราะห์กันว่าน่าจะเป็นเพราะผลพวงจากวิกฤติเศรษฐกิจ ถึงอย่างนั้นผู้บริโภคก็ยังคงเก็บเงินเพื่อไปชมภาพยนตร์ในโรงมากกว่าจะตัดสินใจซื้อ DVD  

                ตรงข้ามกับผลประกอบการของ Netflix  ซึ่งให้บริการเช่าวิดีโอโดยมีการส่ง DVD ให้กับสมาชิกรวมถึงการ stream หนังและรายการโทรทัศน์ผ่านเว็บ ซึ่งปรากฏว่าในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว มีสมาชิกเพิ่มขึ้น 3 ล้านคน คาดว่าเป็นเพราะความนิยมในบริการ streaming ที่เพิ่มสูงขึ้น  

                ปัจจุบัน Netflix มีสมาชิกประมาณ 20 ล้านคน โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นปีละ 60 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นหากฮอลลีวู้ดต้องการรู้ว่าเงินจาก DVD หายไปไหน คงต้องเริ่มหันไปดู Netflix  ซึ่งอาจจะพบคำตอบได้ไม่ยากว่าทำไม Netflix ถึงเติบโตได้เติบโตดี  เหตุผลก็เพราะ Netflix ให้ทุกอย่างที่ลูกค้าต้องการได้ ไม่ว่าจะเป็นความสะดวกสบาย การควบคุมและราคาที่ถูก  เพราะด้วยค่าใช้จ่ายเพียง 7.99 ดอลลาร์ต่อเดือน ลูกค้าของ Netflix ก็สามารถเข้าถึงบริการ stream คอนเทนต์ได้หมด  

                NBC Universal ซึ่งเป็นเจ้าของ Universal Studios เป็นอีกหนึ่งในค่ายบันเทิงฮอลลีวู้ดที่ให้เอ็กซ์คลูซีฟแก่ HBO สำหรับการเผยแพร่ทางออนไลน์  ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจหากพบว่ามีภาพยนตร์บางเรื่องหายไปจากบริการวิดีโอของ Apple ,Amazon และ Netflix  เพราะเมื่อมีการฉายภาพยนตร์ใหม่ๆทาง HBO  ก็จะได้สิทธิ์เอ็กซ์คลูซีฟในการเผยแพร่ทางออนไลน์ ทำให้หนังเรื่องนั้นไม่ปรากฏในช่องทางที่เคยปรากฏแต่ไปปรากฏในช่องอื่น    HBO ได้ทำข้อตกลงนี้กับ 3 ค่ายยักษ์ใหญ่ด้านบันเทิงซึ่งก็คือ Warner Bros, 20th Century Fox และ NBC Universal  

                 แต่อนาคตของ UltraViolet อาจจะไม่สวยนักเพราะขณะนี้ Apple และ Disney ยังไม่ได้ลงนามที่จะยอมรับฟอร์แมทและแสตนดาร์ดดังกล่าว ทำให้เกิดคำถามว่าจะเป็นข้อตกลงที่ดีได้อย่างไรในเมื่อผู้บริโภคไม่สามารถดูหนังจากผู้ให้บริการที่มีลูกค้ามากที่สุดอย่าง iTune ของ Apple ซึ่งบูรณาการไปถึง iPhone และ iPad  ดังนั้นถ้าจะให้ UltraViolet ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางก็จะต้องทำให้หนังที่ซื้อจาก iTune สามารถเล่นได้บนฟอร์แมทของ UltraViolet ได้

ที่มา : http://www.telecomjournal.net

ไม่มีหมวดหมู่

วิธีตั้ง static ip address windows 7

มีนาคม 24th, 2011
ปิดความเห็น บน วิธีตั้ง static ip address windows 7

IP Address คือ หมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวเลข 4 ชุด มีเครื่องหมายจุดขั้นระหว่างชุด  เช่น 192.168.100.1 หรือ 172.16.10.1  เป็นต้น มาตรฐานของ IP Address ปัจจุบันเป็นมาตรฐาน version 4 หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า IPv4  วึ่งกำหนดให้ ip address มีทั้งหมด 32 bit  หรือ 4 byte  แต่ล่ะ  byte จะถูกคั่นด้วยจุด (.) 

การตั้งค่า ip address สามารถทำได้ดังนี้

1. การตั้งค่า IP Address แบบอัตโนมัติ (Automatic)   2. การตั้งค่า IP Address แบบกำหนดเอง (Manual) 

การตั้งค่า IP Address แบบอัตโนมัติ (Automatic) การตั้งค่า IP Address แบบอัตโนมัติ หรือที่เรียกอีกอย่างว่าการตั้งค่า IP Address จาก DHCP Server จะเป็นการกำหนดให้คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่ายสามารถไปรับหมายเลย IP Address และค่าต่างๆจาก DHCP Server ได้โดยอัตโนมัติทุกครั้งที่มีการเริ่มกระบวนการบูตวินโดวส์ใหม่ ซึ่งการตั้งค่าแบบนี้จะทำได้รวดเร็ว เหมาะสำหรับระบบเครือข่ายที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมาก และจะทำให้เราไม่ต้องเข้าไปกำหนดหมายเลข IP Address ทุกเครื่องด้วยตนเอง

การตั้งค่า IP Address แบบกำหนดเอง (Manual) การตั้งค่า IP Address หรือการกำหนดหมายเลขประจำเครื่องให้กับคอมพิวเตอร์สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน สำหรับการตั้งค่า IP Address แบบกำหนดเอง (Static IP Address) จะเหมาะสำหรับเครือข่ายขนาดเล็กที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่มาก ทำให้สามารถกำหนด IP Address ให้กับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องด้วยตนเองโดยไม่ยากนัก 

ขั้นตอนวิธีการตั้งค่า IP Address แบบกำหนดเอง (Manual) 

– เริ่ม Step แรกเลยครับเข้าไปที่ Control panel แล้วคลิกลิ้ง View network status and tasks หรือจะคลิก Open Network and Sharing Center ที่การ์ดแลนมุมขวาล่างก็ได้ครับ 

Network and Sharing Center

Network and Sharing Center

– คลิก Local area connection 

Local Area Connection

Local Area Connection

– คลิกปุ่ม Properties 

Local Area Connection Properties

Local Area Connection Properties

– ดับเบิ้ลคลิก Internet Protocol Version 4 (TCP/IPv4)  

config static ip windows 7

config static ip windows 7

หากเลือก Obtain an IP address automatically แสดงว่ารับจาก DHCP 

แต่ถ้าเลือก Use the following IP address ตัวอย่างเช่น 192.168.1.22 เป็นการตั้งค่า IP แบบ Static 

หรือ เป็นการตั้งค่าแบบกำหนดเองครับ

ที่มา : http://blog.mclaughlinsoftware.com / http://www.techfz.com

Driver, ทิปคอมพิวเตอร์

วิธีต่อคอม Notebook เข้าทีวี lcd projector

มีนาคม 20th, 2011
ปิดความเห็น บน วิธีต่อคอม Notebook เข้าทีวี lcd projector

มีผู้สอบถามเกี่ยวกับการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ เพื่อให้สัญาณภาพออกไปที่อุปกรณ์ต่างๆ เช่น โทรทัศน์, LCD TV, Plasma TV, LCD Monitor, Projector และอุปกรณ์แสดงผลอื่นๆ ได้นำบทความมาเผยแพร่ เขาเขียนไว้ละเอียดมากครับ

ทุกวันนี้เราไม่ได้ใช้จอภาพ เพื่อเอาไว้ดู Free TV, Cable TV หรือเครื่องเล่น DVD หรือแม้กระทั่งเครื่องเล่น Bluray disc แล้วนะครับ อีกหนึ่งเครื่องเล่น ที่มีประโยชน์มากนั่นคือ เครื่องคอมพิวเตอร์ นั่นเองครับ

การเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับทีวี ฟังดูแล้ว อาจจะดูแปลก แต่จริงๆแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับที่ เราเสียบสายมอนิเตอร์ เข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์เลย เพียงแต่อาจจะสับสนเพราะ มันมีมากกว่า 1 จอนั่นเอง

จุดประสงค์ที่ผู้ใช้ต้องต่อจอเสริม เข้ากับคอมพิวเตอร์นั่นก็เพราะว่า

7

รูปภาพจาก harvard

พรีเซนต์งาน บนจอที่ใหญ่ขึ้น หรือ ใช้เครื่องฉายโปรเจคเตอร์
เป็นเรื่องปกติแล้วหละครับ ปัญหาหลักๆคือ โน้ตบุคสมัยนี้ มาเป็น Widescreen แต่โปรเจคเตอร์ที่โรงเรียน หรือ ออฟฟิศนั้น ยังเป็นรุ่นเก่าอยู่ ไม่รองรับ widescreen เลยทำให้ต้องมีการปรับสัดส่วนภาพใหม่ ความละเอียดก็ผิดเพี้ยนไป ทำให้ไม่สามารถพรีเซนต์งานได้มีประสิทธิภาพได้ตามต้องการ

99

รูปภาพจาก se-ed

รับชมภาพยนตร์ วีดีโอไฟล์ จากเครื่องคอมพิวเตอร์
สมัยนี้คนนิยมที่จะโหลดภาพยนตร์แบบ HD มาเก็บไว้ใน Harddisk กัน นอกจากจะเก็บได้ทนทาน เก็บได้เยอะ และ ราคาไม่แพงแล้ว ยังสามารถปรับ configure อะไรได้สารพัดอีกตังหาก (ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่ใช้ครับ) ปัญหาอีกปัญหาหนึ่งคือ สัดส่วนภาพของโน้ตบุคที่ส่วนมากยังเป็น 16:10 ต้องมาเจอหนังที่เป็น 16:9 หรือ panoramic ถ้าเราตั้งความละเอียดไม่ถูก ก็จะทำให้สัดส่วนหนังผิดแปลกไปนะครับ

81

รูปภาพจาก tradingcomputers

ขยายจอภาพเดิมที่มีขนาดเล็ก ให้ใหญ่ขึ้น มีพื้นที่การทำงานที่กว้างขึ้น
บางคนใช้จอเดียว ทำงานเกี่ยวกับกราฟฟิก บางทีตัวชิ้นงานก็เต็มจอละ ยังมีพวก tools / panel อะไรต่อมิอะไร เขาคงอยากจะขยายจอ แล้วให้จอเสริม ในการวางเครื่องมือ (เหมือนที่เราเห็นในหนัง มี 3-4 จอ ต่อๆกัน ดูโปรมากๆเลยครับ)

แล้วเราจะต่อจอเสริม ยังไงดีหละ???

1. ก่อนอื่นเลย คุณต้องมีจอภาพ มากกว่า 1 จอ จะเป็นจอ CRT, LCD, Plasma, Projector อะไรก็ว่าไปครับ

2. ทำการสำรวจ ว่าเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ โน้ตบุค คุณมีพอร์ตที่จะต่อจอนอก ได้อีกหรือเปล่า อาจจะเป็น Composite out (สายAV หัวสีเหลือง), S-video (มีสองแบบ 4 กับ 6 pin), RGB, DVi, HDMI, Display port และ ก็ดูว่า บนจอภาพของคุณ มีช่องต่อสัญญาณขาเข้าอะไรให้เชื่อมต่อบ้าง (ไม่นับช่องเสียบเสาอากาศ/Scart/RCA นะครับ)

สำหรับทีวีรุ่นเก่าๆ ที่ไม่มีช่องต่อคอมพิวเตอร์โดยตรง การ์ดจอต้องรองรับ Tv-out ครับ บนการ์ดจอจะมีพอร์ตใดพอร์ตหนึ่งต่อไปนี้ให้เลือกใช้ครับ

1

รูปภาพจาก wheethet

av-cable

Composite out (รูป C) นี้เป็นแบบเก่าน่ะครับ ความละเอียดไม่สูงมาก แต่มันก็เหมาะสำหรับทีวี รุ่นเก่าๆน่ะครับ

svideo-cable

S-video สายแบบนี้มีสองแบบ คือ 7pin (รูปB) กับ 4pin (รูปA) อยากให้ดูว่า ที่อยู่ที่คอมเรา กับ ทีวีเรา เป็นแบบกี่pin แล้วซื้อสายมาต่อให้ถูกแบบน่ะครับ เพราะถ้าต่อผิด สีมันจะไม่ออกครับ .. ทีวีบางเครื่องอาจจะไม่มีพอร์ตนี้ ก็ต้องไปซื้อสายแปลงจาก S-video to Composite มาต่อหละครับ.. ส่วนคุณภาพนั้น ดีกว่า Composite นิดนึง

13

รูปภาพจาก lindy

ถ้าคอมพิวเตอร์ใครไม่มี TV-out กับพอร์ตที่ผมว่าไปนั้น ก็ต้องไปซื้อกล่องแปลงสัญญาณ ราคาก็พันต้นๆขึ้นไปครับ (ขึ้นอยู่กับความละเอียดของ output) และ พอร์ตสองแบบนี้ คุณภาพอาจจะไม่สูงมาก แต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานพวก วีดีโอคลิป โปรแกรมคาราโอเกะ หรือ พรีเซนต์งาน ตัวอักษรอาจจะไม่คมชัด ทั้งนี้เพราะเป็นข้อจำกัดของสายครับ

สำหรับทีวีรุ่นใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็น LCD TV, Plasma TV, LCD Monitor, Projector จะมีการรองรับการต่อคอมพิวเตอร์ เราจะคุ้นกับพอร์ตพวกนี้ขึ้นมาหน่อยครับ

501-61_lg
รูปภาพจาก sandberg

RGB พอร์ตนี้เรารู้จักตั้งแต่เราเริ่มใช้คอมพิวเตอร์ แล้วครับ คุณภาพค่อนข้างจัดว่าดีเลยทีเดียว แต่เป็นระบบ Analog ซึ่งสามารถถูกคลื่นรบกวนได้ง่าย แต่ทุกวันนี้ก็ยังใช้อยู่ครับ เพราะราคาไม่สูงมาก..

2

รูปภาพจาก socalelectronics

สำหรับ ทีวีเครื่องใด ที่มีช่องต่อ DVD Component (แบบแยกสี 3 สี) แต่ไม่มีช่อง RGB คุณสามารถ ไปหาซื้อสายแปลงจาก RGB to DVD Component ได้ครับ

6

รูปภาพจาก xbitlabs

บางการ์ดจอ แถมสายแปลงจาก mini RGB (ใช้พอร์ตร่วมกับ S-video แต่แยกออกมาเป็นสามเส้น สามสี ไว้ต่อ Component ครับ) แต่ใช้สาย Component จะตั้งความละเอียดได้ไม่สูงนะครับ

dvi_cable
รูปภาพจาก global-b2b-network

DVi พอร์ตนี้เป็นการพัฒนาต่อมาจาก RGB เพื่อเปลี่ยนการส่งสัญญาณ จาก Analog ให้เป็น Digital ภายในสายสัญญาณ จะมีการส่งแค่ข้อมูล 0 กับ 1 เท่านั้น เราจะมั่นใจได้ว่า ข้อมูลจะถูกส่งไปครบ โดยไม่มีคลื่นมารบกวนได้ และ แน่นอนว่า คุณภาพของ DVi จะต้องดีกว่าแน่ๆ

attachment

รูปภาพจาก Wikipedia

DVi เขามีหลายแบบให้เลือกนะครับ เวลาเลือกซื้อสายก็ต้องเชคให้ดีๆก่อนนะครับ

4

รูปภาพจาก dansdata

ถ้าคอมพิวเตอร์ใครมีพอร์ต DVi-i แต่จอภาพมี RGB ก็สามารถซื้อหัวแปลงได้นะครับ เพราะ DVi-i รองรับทั้ง analog และ digital ครับ

hdmi_cable

รูปภาพจาก computerheaven

HDMI พอร์ตนี้ จะมีความเป็น multimedia มากขึ้นครับ เพราะพอร์ตนี้ สามารถส่งข้อมูล ได้ทั้งภาพและเสียงระบบรอบทิศทาง และยังเป็นระบบดิจิทัลอีกตังหาก อีกทั้งพอร์ตยังมีขนาดเล็ก และ ไม่ต้องขันน๊อตให้แน่นขณะเสียบสายอีกครับ ตอนนี้โน้ตบุคหลายๆรุ่นก็เริ่มจะใส่พอร์ตนี้เข้ามาให้แล้ว ตอนนี้ถือว่าเป็นที่นิยมมากเลยครับ

3

รูปภาพจาก tradeboss

พอร์ต HDMI นี้สามารถซื้อตัวแปลง HDMI to DVi ได้นะครับ หรือจะแปลงต่อไปเป็น RGB ก็ได้ แต่แน่นอนว่า เสียงจะไม่ออกครับ อาจจะต้องใช้เสียงจาก sound card แทนนะครับ

dp-mm-3

รูปภาพจาก electronicplus

Display port พอร์ตนี้เป็นมาตรฐานใหม่ ซึ่งสิ้นปี ถึง ปีหน้า น่าจะเห็นได้เด่นชัดมากกว่าตอนนี้ ซึ่งตามเสปค นั้นดีกว่า HDMI ครับ พอร์ตนี้ผมยังไม่ขอพูดถึงแล้วกันนะครับ เพราะยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก

12

รูปภาพจาก tcmagazine

หลังจากสำรวจ และ จัดแจงซื้อสาย มาต่อแล้ว ก็ทำการขั้นต่อไปต่อเลยครับ

3. ลง driver การ์ดจอ ใครใช้ nVidia, ATi, Intel, S3 ก็จัดแจงลง driver ให้ครบถ้วนนะครับ แล้วทำการเสียบสาย ถ้าโน้ตบุคใครมีฟังค์ชั่นการ Presentation ก็ต้องเปิดนะครับ อาจจะต้องกด Fn+F4 หรืออะไรพวกนี้นะครับ(คอมพิวเตอร์ แต่ละยี่ห้อกดปุ่มไม่เหมื่อนกัน ให้สังเกต ตรง F1, F2, ….F12 ที่มีรูปสี่เหลี่ยมคล้ายทีวี) ไม่ยังงั้นคอมพิวเตอร์ จะมองไม่เห็นจอภาพ ครับ

ขอบคุณข้อมูลดีดี : www.lcdspec.com

ทิปคอมพิวเตอร์, ร้านซ่อมคอม ,

ความแตกต่างระหว่าง Virus, Worm, Spyware, Trojan, Malware

มีนาคม 14th, 2011
ปิดความเห็น บน ความแตกต่างระหว่าง Virus, Worm, Spyware, Trojan, Malware

Virus = แพร่เชื้อไปติดไฟล์อื่นๆในคอมพิวเตอร์โดยการแนบตัวมั นเองเข้าไป มันไม่สามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆไ ด้ต้องอาศัยไฟล์พาหะ สิ่งที่มันทำคือสร้างความเสียหายให้กับไฟล์

Worm = คัดลอกตัวเองและสามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื ่องอื่นๆได้อย่างอิสระ โดยอาศัยอีเมลล์หรือช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ มักจะไม่แพร่เชื่อไปติดไฟล์อื่น สิ่งที่มันทำคือมักจะสร้างความเสียหายให้กับระบบเครื อข่าย

Trojan = ไม่แพร่เชื้อไปติดไฟล์อื่นๆ ไม่สามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆได้ ต้องอาศัยการหลอกคนใช้ให้ดาวโหลดเอาไปใส่เครื่องเองห รือด้วยวิธีอื่นๆ สิ่งที่มันทำคือเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีเข้ามาคว บคุมเครื่องที่ติดเชื้อจากระยะไกล ซึ่งจะทำอะไรก็ได้ และโทรจันยังมีอีกหลายชนิด

Spyware = ไม่แพร่เชื้อไปติดไฟล์อื่นๆ ไม่สามารถส่งตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆได้ ต้องอาศัยการหลอกคนใช้ให้ดาวโหลดเอาไปใส่เครื่องเองห รืออาศัยช่องโหว่ของ web browser ในการติดตั้งตัวเองลงในเครื่องเหยื่อ สิ่งที่มันทำคือรบกวนและละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ ใช้

Hybrid malware/Blended Threats = คือ malware ที่รวมความสามารถของ virus, worm, trojan, spyware เข้าไว้ด้วยกัน

Phishing = เป็นเทคนิคการทำ social engineer โดยใช้อีเมลล์เพื่อหลอกให้เหยื่อเปิดเผยข้อมูลการทำธ ุรกรรมทางการเงินบนอินเตอร์เน็ตเช่น บัตรเครดิตหรือพวก online bank account

Zombie Network = เครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากๆ จากทั่วโลกที่ตกเป็นเหยื่อของ worm, trojan และ malware อย่างอื่น (compromised machine) ซึ่งจะถูก attacker/hacker ใช้เป็นฐานปฏิบัติการในการส่ง spam mail, phishing, DoS หรือเอาไว้เก็บไฟล์หรือซอฟแวร์ที่ผิดกฎหมาย

Malware ย่อมาจาก Malicious Software หมายถึงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ทุกชนิดที่มีจุดประสงค์ร้า ยต่อคอมพิวเตอร์และเครือข่าย หรือเป็นคำที่ใช้เรียกโปรแกรมที่มีจุดประสงค์ร้ายต่อ ระบบคอมพิวเตอร์ทุกชนิดแบบรวมๆ โปรแกรมพวกนี้ก็เช่น virus, worm, trojan, spyware, keylogger, hack tool, dialer, phishing, toolbar, BHO, etc

แต่เนื่องจาก virus คือ malware ชนิดแรกที่เกิดขึ้นบนโลกนี้และอยู่มานาน ดังนั้นโดยทั่วไปตามข่าวหรือบทความต่างๆที่ไม่เน้นไป ในทางวิชาการมากเกินไป หรือเพื่อความง่าย ก็จะใช้คำว่า virus แทนคำว่า malware แต่ถ้าจะคิดถึงความจริงแล้วมันไม่ถูกต้อง malware แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน

จาก…http://www.pantip.com/tech/software/…SV1631943.html

anti virus

Videos, Slideshows and Podcasts by Cincopa Wordpress Plugin